ออกอากาศ ละครก่อนข่าว จันทร์ - อาทิตย์
18.45 น. บทประพันธ์ รัชฎ์สร บุษปะเกศ บทโทรทัศน์ คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
กำกับการแสดง ชัชวาล ศาสวัตกลูน ผู้ผลิต ละครดี จำกัด
เรื่องราวของความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นแบบสุดกู่... เมื่อไฮโซสาวสุดวีนผู้เย่อหยิ่ง
จำต้องยอมรับความตกต่ำอย่างจำใจ กล้ำกลืนฝืนทนแปลงร่างเป็นผู้พิทักษ์ความสะอาดสาว...เพื่อปากท้อง แต่ผลที่ได้รับคือ...การตระหนักรู้จักคุณค่าแห่งชีวิต
ความรักสดใสมีค่ามากกว่าสิ่งใด
พาย (ฐิตินันท์ สุวรณถาวร)
ไฮโซสาวฮอตฮิตติดชาร์ตสังคมก็อดซิป
ต้องรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตจนแทบทนไม่ได้
เมื่อธุรกิจหลายร้อยล้านของ สงกรานต์ (เวนย์ ฟอลโคเนอร์)
ผู้เป็นพ่อกำลังสั่นคลอนพร้อมจะล้มครืนลงไปพร้อมกับเศรษฐกิจตกต่ำ
และราคาน้ำมันสูงลิบ
จากที่เคยฟู่ฟ่าอยู่ในแวดวงสังคม
ชีวิตฉาบสีสันเปรี้ยวจี๊ดบาดตา ถูกใจเสื้อผ้าแบบไหนต้องซื้อทุกสี
อยากกินบะหมี่ฮ่องกง พายไม่เคยแลร้านบะหมี่ริมทาง
เซเลบอย่างเธอต้องบินไปกินถึงฮ่องกงเท่านั้น งานปาร์ตี้กลางคืน
พายต้องเป็นคนที่เด่นที่สุดในงาน หลายครั้งที่พายแอบส่งสายตาโลมเลียดีเจ
และผู้จัดการผับ เพียงแค่นั้นสปอร์ตไลท์ และเพลงเปิดตัวพายจะดังกระหึ่ม
ทุกสายตาต้องหยุดมองยามพายเยื้องกรายเข้ามา
ในวันที่พายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นซูเปอร์เซเลบ
แมกกาซีนทุกหัวต้องถ่ายรูปเธอลงปก
พายกลายเป็นสาวสังคมที่ถูกบันทึกไว้ว่าติดขนตาปลอมที่วัดได้ยาวที่สุด
เดินไปทางไหนมีแต่คนมารุมขอถ่ายรูป แต่แล้วชะตาถึงคราผกผัน
ระหว่างที่พายกำลังหลงระเริงในเงินทอง และถือตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง
วันนั้นเธอกำลังเดินแบบชุดฟินาเล่ราคาแพง จู่ๆ
มีข่าวด่วนเรื่องการฟ้องล้มละลายบริษัทของสงกรานต์ ช่างภาพ
และนักข่าวยิงคำถามรัวทันที พายช๊อค เจ็บปวดยิ่งกว่าคมกระสุนพุ่งผ่านอก
เธอวิ่งหนีนักข่าวทั้งที่อยู่ในชุดฟินาเล่ ทำให้โดนแจ้งความจับข้อหาลักทรัพย์อีก
พายเข้าตาจนวิ่งหนีนักข่าวจากห้างดังมาจนมุมในตลาดสด
แม่ค้าพ่อค้าอึ้งกิมกี่สภาพนางฟ้าชุดฟินาเล่ที่วิ่งร้องไห้มาน้ำตาอาบแก้ม นักข่าว
เจ้าของงานเดินแบบ ตำรวจแห่ตามมา พายตัดสินใจซื้อผ้าถุง
และเสื้อคอกระเช้าจากร้านโชว์ห่วยแถวนั้นเปลี่ยน และฝากชุดไว้กับเจ้าของร้าน
ก่อนจะหนีขึ้นแท็กซี่ไป หลังจากนั้น นักข่าวตามสัมภาษณ์ทุกที่ที่พายไป
พายทนกับกระจิบข่าวไฮโซที่ตอกย้ำถามคำถามซ้ำไปมาเรื่องฐานะอันง่อนแง่นไม่ไหว
ตัดสินใจหลีกลี้หนีสังคมไฮโซไปหาเพื่อนรัก ทองหยอด (อธิชนัน ศรีเสวก)
ที่ทำธุรกิจเล็กๆ เซอร์วิสรักษาความสะอาดให้กับฝรั่งในแถบพัทยา
ตั้งใจจะนอนพักอาบแดดให้สาแก่ใจสักหลายๆ เดือนจนกว่าพ่อจะผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ
หรือไม่ก็จนกว่าเธอจะทำใจได้กับเรื่องแสนรันทดที่กำลังจะผ่านเข้ามาในชีวิต
ทองหยอดเป็นเฟมินิสต์สาววัยเดียวกันกับพาย
พายอึ้งกับการกดขี่ทางเพศของทองหยอดที่มีต่อเพศชาย
เพราะถึงจะไม่ใช่ทอมบอยแต่ทองหยอดก็เป็นพวกบ้าสิทธิสตรีแบบสุดโต่ง
ทุกอย่างในบริษัทของทองหยอดต้องมีสโลแกนว่า “ผู้หญิงมาก่อน”
ผู้หญิงได้พักกลางวันก่อน ผู้หญิงขึ้นลิฟต์แต่ผู้ชายต้องขึ้นบันได
ผู้หญิงลาหยุดหากปวดท้องประจำเดือนได้ แต่ถ้าผู้ชายป่วยจะถือว่าอู้
ถ้าพนักงานชายในบริษัทถูกเนื้อต้องตัวพนักงานหญิงจะโดนปรับเพราะถือว่าลวนลามทางเพศ
แต่พนักงานหญิงสามารถตบตีหรือแตะตัวพนักงานชายได้ เพราะถือว่าเป็นเพศแม่
ทองหยอดนั้น เชื่อมั่นว่าพระเจ้าสร้างสตรีมาให้อยู่เหนือบุรุษ
ยึดถือคติหงส์ย่อมอยู่เหนือมังกรในทุกกรณี ซึ่งในช่วงแรกๆ พายก็เห็นด้วยกับทองหยอด
เพราะเธอกำลังอยู่ในสภาพอกหักรักคุดจาก ลลิต (เขตต์ ฐานทัพ) ไฮโซหนุ่มเพลย์บอย
ที่สลัดรักจากเธอไปหาดาราสาวอกตู้มแบบไม่เหลือเยื่อใยเมื่อรู้ข่าวการตกต่ำของครอบครัวพาย
ในขณะที่กำลังอยู่กับทองหยอดที่พัทยานั้น
พายใช้เวลาว่างไปนั่งเล่นที่สำนักงานรักษาความสะอาดของทองหยอด
ได้พานพบกับชีวิตพนักงานรักษาความสะอาดหลากหลาย
ด้วยความไฮโซของเธอจึงอดส่งสายตาเหยียดหยามไปโดยไม่รู้ตัว เลยต้องปะทะคารมกับ
ป๋าเดช (อนันต์ บุนนาด) โฟร์แมนคุมงานรักษาความสะอาด
ผู้กร่างกล้าด่าทุกคนแม้แต่เจ้านายถ้าสั่งไม่ถูกใจ
เหตุการณ์วันนั้น
เกิดขึ้นเพราะพายเห็นป๋านั่งฟุบหน้าอยู่กับพื้น พายไม่รู้ว่าป๋าเดชทำอะไรอยู่
แต่เพราะเห็นท่าทางสะเงอะสะงะเหมือนยังไม่สร่างเมา พายหลุดปากพูดลอยๆ เป็นเชิงดูถูก
แต่หารู้ไม่ ป๋าเดชกำลังบรรจงขูดซากหมากฝรั่งออกจากพื้นอย่างแข็งขัน ป๋าเดชทนไม่ได้
ขูดเศษหมากฝรั่งอย่างแรงจนกระเด็นโดนพาย หลังจากนั้นศึกน้ำลายจึงเกิดขึ้น
พายโดนป๋าเดชกระแนะกระแหนสารพัด
ด่ากันไปมาจนร้อนถึงชายหนุ่มหัวหน้าคนงาน นายสะอาด (ตะวัน จารุจินดา)
ต้องเข้ามาห้ามทัพ
ไม่อย่างนั้นคงมีสงครามตบตีระหว่างป๋าเดชกับสาวพายเป็นแน่แท้
นายสะอาดเป็นชายหนุ่มยิ้มแย้มร่าเริงอยู่เสมอ
ทำงานคล่องแคล่วในทุกๆ เรื่อง
เป็นที่รักของพนักงานทำความสะอาดทุกคนแม้แต่คนปากจัดอย่างป๋าเดช
นายสะอาดลากตัวพายมานั่งสงบสติในวัดเชิงเขาใกล้กับบริษัท
พายโดนหลอกให้นั่งฟังพระเทศน์กว่าชั่วโมง คนอย่างพายวีนแหลกแหกกระเจิงได้ทุกคน
ยกเว้นพ่อกับพระ เธอจึงนั่งบิดตัวปวดขาพลางนึกก่นด่านายสะอาด
นายสะอาดรู้สึกยังไม่สาแก่ใจแอบซุบซิบกับหลวงพ่อเพื่อออกอุบายให้พายได้ชำระจิตใจ
หลวงพ่อออกปากบิณฑบาตพายให้ล้างส้วมวัด คำพ่อสงกรานต์ที่เคยสอนพายคือ
“สิ่งใดที่พระขอบิณฑบาต ถ้าเต็มไปด้วยกรรมดี และการทำดี ขอให้ปฏิบัติทุกครั้ง”
คำพูดนั้นลอยอยู่เหนือหัวเธอ และมีน้ำหนักมากพอจนทำให้พายก้มหน้ารับคำพระ
พายล้างส้วมไป
มีเสียงเทศน์จากนอกห้องน้ำ พายนึกว่าเป็นพระมาเทศน์ระหว่างทำงาน
ที่ไหนได้เป็นนายสะอาดมาหลอกด่า
แค้นฝังหุ่นระหว่างพายกับนายสะอาดครั้งนี้
ทำให้พายเอาเรื่องมาฟ้องทองหยอด
แต่ทองหยอดผู้ยึดมั่นสิทธิสตรีกลับถือว่าดีซะอีกที่ผู้หญิงอย่างพายจะได้ขึ้นสวรรค์เพราะทำงานได้บุญกว่าผู้ชายมากนัก
ความสัมพันธ์ระหว่างพายกับนายสะอาดไม่น่าจดจำนัก
เพราะนายสะอาดเข้ามายั่วเย้าทักทายพายในฐานะไฮโซที่กำลังจะตกอับ
นายสะอาดบอกว่าแม้เขาจะเป็นแค่หัวหน้าคนทำความสะอาด
แต่รักการอ่านข่าวก๊อดซิปเป็นชีวิตจิตใจตามข่าวพายมาโดยตลอด
นายสะอาดแกล้งประจานพาย
เมื่อสบโอกาสวันหนึ่ง อาคารที่ต้องไปทำความสะอาดอยู่ระหว่างการทาสีตัวอาคาร
นายสะอาด ป๋าเดช และชาวคณะมีหน้าที่ทำความสะอาดกระจก
จึงต้องใช้หนังสือพิมพ์มาปิดกระจกเพื่อไม่ให้ถูกสีกระเด็นใส่
แต่หนังสือพิมพ์ที่นายสะอาดและพรรคพวกหามาแปะคือหนังสือพิมพ์ข่าวกอสซิปของพายล้วนๆ
ผู้คนในพัทยาเดินผ่านไปมาได้อ่านข่าวซุบซิบที่เหมือนบิลบอร์ดขนาดใหญ่
พายเดินมาเจออย่างจัง ชาวบ้านเห็นหน้าพายเป็นคนๆ เดียวกับในข่าว ต่างอื้ออึง
พายพยายามรื้อหนังสือพิมพ์ทิ้ง แต่ไม่ทันใจจรวด
พายฉวยไม้ขีดก้านเดียวจากแผงไก่ย่างใกล้ๆ โยนไฟใส่หนังสือพิมพ์จนวายวอด
อาการวีนแตกตูมใหญ่ยังความสยองให้กับนายสะอาดเป็นอย่างยิ่ง
พายวางตัวเย่อหยิ่งสูงกว่าทุกคนในสำนักงานเพราะถือว่าเป็นเพื่อนเจ้าของ
บางครั้งยังจิกตีชี้นิ้วสั่งยิ่งกว่าทองหยอดซะอีก
สร้างความหมั่นไส้ให้กับพนักงานทำความสะอาดทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ป๋าเดช กระท้อน
(ต๋อง ชวนชื่น) และ ส้มฉุน (อุ่นเรือน ราโชติ)
ยังดีที่มีนายสะอาดคอยห้ามทัพไม่ให้สาวพายโดนรุมประชาทัณฑ์จากทุกๆ คน
โดยทำให้เป็นเรื่องน่าขบขันในความไฮโซของสาวพาย
พนักงานรักษาความสะอาดทุกคนต่างจดจำฝังใจ แค้นฝังหุ่นสาวไฮโซเป็นอย่างยิ่ง
เข้าทำนองความแค้นนี้...สิบปีค่อยสะสางก็ยังไม่สาย
เมื่อจัดการต่อหน้าไม่ได้ กระท้อน
และส้มฉุนแอบปั้นหุ่นดินเผาเป็นตัวพาย พยายามสวดแช่งพาย ซึ่งบางครั้งเหมือนจะได้ผล
เช่นส้มฉุนหักขาหุ่น ปรากฏว่าพายตัวจริงใส่ส้นสูงเดินตกร่องจนขาแพลง ซึ่งจริงๆ
แล้วเป็นเพราะป๋าเดชแอบเซาะร่องที่พื้นแล้วปูกระดาษทับไว้เป็นกับดักจัดการพาย
เมื่ออยู่กับทองหยอดไปเรื่อยๆ
พายเห็นความน่ารักของนายสะอาดมากยิ่งขึ้น เขาสามารถรับลูกค้าได้ทุกรูปแบบ
ถ้าเป็นลูกค้าฝรั่ง
นายสะอาดจะมีโปรโมชั่นพาไปเที่ยวบาร์เบียร์หลอกล่อให้ลูกค้าเซ็นสัญญาร่วมงานต่อ
ถ้าเป็นลูกค้าจีนนายสะอาดจะพาไปเที่ยวสวนเสือ และให้กินซุปตัวเดียวอันเดียว
ลูกค้าจีนต่างประทับใจจ้างงานต่อ
ซึ่งในการเอนเตอร์เทนลูกค้าทุกครั้งนายสะอาดจะหลอกล่อพายจนติดกับ
และติดแหง่กไปกับเขาด้วยทุกครั้ง
ที่บาร์เบียร์พายโดนหลอกให้แต่งตัวเป็นเด็กเชียร์เบียร์ ที่สวนเสือ
พายโดนหลอกให้ไปอยู่ในกรงเสือ พายร้องไห้จะปีนกรงหนี
แต่ปรากฏว่ากรงนั้นเป็นกรงลูกเสือ ทำให้พายเริ่มมีความสุข เห็นความน่ารัก
และน่าหมั่นไส้ของนายสะอาดมากขึ้น นายสะอาดทำงานเก่งจนทองหยอดเองถึงกับเอ่ยปากชม
ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในทุกระดับชั้นตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ
นายสะอาดชอบผันตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับพายอยู่เนืองๆ สร้างทั้งรอยยิ้ม
และเสียงหัวเราะ แม้ว่าเขามักจะโดนเธอด่าแบบใส่คะแนนไม่ทันทุกครั้ง
แต่แล้วเหมือนชะตาเล่นตลก เมื่อ
สงกรานต์ พ่อของพายถึงคราวตกอับต้องถูกเทคโอเวอร์ธุรกิจทั้งหมดโดย งานศิลป์ (ตะวัน
จารุจินดา) นักธุรกิจหนุ่มจากบริษัทข้ามชาติ ไม่เหลือแม้แต่ตึก พายสแควร์
อาคารสำนักงานที่สงกรานต์ตั้งชื่อเพื่อเป็นที่ระลึกให้กับพายลูกสาวคนเดียว
สมบัติชิ้นสุดท้ายของสงกรานต์ต้องถูกยึดไปเป็นทรัพย์สินของงานศิลป์
เมื่อเรื่องราวเข้าตาจนถึงเพียงนี้
พายถึงกับฉุนขาดกลับกรุงเทพฯ ทันที
บันดาลโทสะพาตัวเองเดินเข้าไปเอาเรื่องงานศิลป์ถึงในออฟฟิศ
เพราะเชื่อว่าเขาต้องใช้เล่ห์กลจนทำให้พ่อของเธอต้องขายธุรกิจให้ การบุกเข้าอาละวาด
และวีนแหลกครั้งนี้ทำเอาพนักงานในบริษัทงานศิลป์แตกตื่นกันเป็นแถว
เพราะพายเล่นบุกมาในวันที่บริษัทกำลังทำพิธีตัดริบบิ้น พายเดินขึ้นเวที
ฉวยกรรไกรมาตัดเอง แล้วคว้าไมค์จากโพเดียมประกาศท้าทายงานศิลป์กลางเวที
แต่การบุกไปเอาเรื่องของพายครั้งนี้กลับไม่เป็นผล
งานศิลป์ไม่ยอมออกมาพบ เพียงแค่ยอมให้คุยกับ ดีดี้ (ณัฐฐา ลอยด์)
เลขาส่วนตัววัยป้าของเขา สิ่งหนึ่งที่พายรู้สึกในทันทีที่เจรจาธุรกิจกับดีดี้ก็คือ
งานศิลป์เป็นผู้บริหารที่มีนิสัยใจแคบ
คิดแต่จะเอาชนะในเกมธุรกิจอย่างเดียวเรื่องอื่นไม่สน ดีดี้บอกพายว่างานศิลป์
สบประมาทพายว่าเป็นได้แค่ไฮโซลืมตัวไม่เห็นหัวคน
ชีวิตนี้ไม่มีทางประสบความสำเร็จในการทำงานได้แน่สงกรานต์ทำธุรกิจเจ๊งก็เพราะมีลูกสาวไม่เอาถ่านอย่างพาย
พายโมโหจัดสรรหาคำมาก่นด่างานศิลป์สารพัด จนคิดว่าสาแก่ใจแล้ว
เธอจึงกลับบ้านไปปลอบสงกรานต์ผู้เป็นพ่อ
หลังจากนั้นเพียงวันเดียว
พายได้รับการติดต่อจากดีดี้อีกครั้ง แจ้งว่างานศิลป์ยื่นคำท้า
ต้องการให้พายเข้ามาทำงานเป็นพนักงานรักษาความสะอาดของตึกพายสแควร์ร่วมกับบริษัทรักษาความสะอาดของทองหยอด
โดยไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น ต้องทำงานในระดับล่างสุด
หากพายทำได้นานเกินหนึ่งปี
และมีผลงานเป็นที่พอใจ
งานศิลป์จะพิจารณาแบ่งหุ้นบริษัทในเครือของสงกรานต์คืนให้จำนวนหนึ่ง
แต่ยังไม่วายลงท้ายว่าไฮโซเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างพาย
นิสัยจับจดจนไม่มีทางลดตัวลงมาเป็นเมททำความสะอาดตึกแน่ๆ
พายโกรธจนลมแทบออกหู
รู้สึกเหมือนโดนดูถูกครั้งยิ่งใหญ่ เธอจึงตกปากรับคำไปอย่างไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง
!
พายเข้ามาเป็นพนักงานรักษาความสะอาดร่วมกับบริษัททองหยอดในตึกพายสแควร์ที่เป็นชื่อตัวเอง
จากที่เคยใส่ชุดหรูราคาแพง พายต้องเปลี่ยนมาใส่ชุดพนักงานรักษาความสะอาด มีผ้าโพกผม
ใส่ถุงมือยาง รองเท้าบู๊ตชาแนลเปลี่ยนเป็นบู๊ตหนีน้ำท่วมรับประกันยี่ห้อโชว์ห่วย
พายเดินผ่านกระจกแทบเป็นลม สาวสวยหลุดจากแค๊ตวอล์กบัดนี้มีสภาพไม่ต่างจากสาวไร่อ้อย
ต้องคอยวิ่งหลบนักข่าวไม่ต่างจากแรงงานต่างด้าววิ่งหนีตำรวจ
การทำงานแต่ละวันไม่ได้ผ่านไปอย่างสงบสุข มีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย
บริษัทที่เช่าพื้นที่อาคารแต่ละบริษัทก็มีปัญหาแตกต่างกันออกไป
ปัญหาแรกที่พายต้องประสบคือการเอาคืนจากเพื่อนร่วมงานโจทย์เก่าที่เคยจิกตีเอาไว้ เริ่มจากป๋าเดชที่ถือว่าขณะนี้พายเป็นลูกน้องโดยตรง
จึงชี้นิ้วสั่งงานทุกอย่างตั้งแต่ล้างห้องน้ำ เทขยะ ขัดโถส้วม โดยไม่ยอมให้ใครช่วย
แม้แต่ทองหยอดก็ไม่กล้าขัดเพราะการทำงานทุกครั้งโดนตรวจสอบโดยดีดี้อย่างใกล้ชิด
พายต้องอดทนทำไปทั้งน้ำตา...เศร้ายังไงก็ไม่อยากให้ใครเห็น
กระท้อนกับส้มฉุนเริ่มมาตรการเอาคืนอย่างสาสม
เมื่อแกล้งให้พายต้องอยู่เวรทำงานใน กะสุดท้ายก่อนตึกจะปิด
แล้วปิดล็อกขังสาวพายไว้ในอาคารพร้อมๆ
กับสร้างเรื่องโกหกเกี่ยวกับฆาตกรโรคจิตที่แอบแฝงตัวอยู่ในตึกแห่งนี้
ทำเอาสาวไฮโซที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะกลัว
กลับต้องหวาดผวาวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงจนต้องมาล้มอยู่ในอ้อมกอดของนายสะอาด
ทำเอาพายต้องทั้งเจ็บใจ และเจ็บข้อเท้าแทบพลิกในตอนที่วิ่งหนีในกลางดึก
นอกจากนี้...พายยังต้องกล้ำกลืนฝืนทนกับสายตาดูถูกของคนที่เคยรู้จักสมัยยังไฮโซ
แต่ในตอนนี้มองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับไม่ใช่เพื่อนร่วมโลก
พายกลั้นน้ำตาแห่งความเจ็บช้ำไว้เพื่อพิสูจน์ตนเองจากคำสบประมาทของงานศิลป์เจ้าของอาคารคนใหม่ที่เธอไม่เคยเห็นหน้า
และเพื่อสัญญาที่งานศิลป์เซ็นไว้ว่าจะยอมให้สงกรานต์กลับมาเป็นหุ้นส่วนบริษัทฯ
อีกครั้ง
ท่ามกลางความเศร้า และกดดันสารพัด
พายได้กำลังใจจาก นายสะอาด หนุ่มอารมณ์ดีชี้ชวน
พามองโลกที่พายเคยคิดว่าสีดำให้กลายเป็นสีเทาที่สดใสอยู่บ้าง...
เงินที่ต้องใช้อย่างอดออม
ทำให้พายต้องเลิกไปกินข้าวตามร้านอาหาร พายทำกับข้าวใส่ปิ่นโตมากินตอนกลางวัน
แต่ไม่มีเพื่อนร่วมงานคนไหนยอมกินกับพายเพราะความรังเกียจ และตั้งแง่
ยกเว้น...นายสะอาดคนเดียว นายสะอาดมักมีปิ่นโตที่มีอาหารดีๆ แปลกๆ
ชนิดคนธรรมดายังหากินไม่ได้
สะอาดอ้างว่าได้มาจากของเหลือประชุมจากบริษัทที่เช่าตึกนี้
และทุกครั้งสะอาดนำอาหารมาแบ่งพายกินด้วยเสมอ
นายสะอาดมีส่วนช่วยพายในการทำงานอยู่ไม่น้อย
เรียกได้ว่าเป็นทั้งพี่เลี้ยง เป็นทั้งเพื่อน
รวมทั้งเป็นกระโถนท้องพระโรงให้พายคอยลับฝีปากยามว่าง
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่งอกเงยมากขึ้น
ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวพาย
มักจะเกิดจากบุคคลต่างๆ อันได้แก่
อนงค์
ผู้จัดการอาคารสาวซึ่งคอยตามหาเรื่องพายอยู่ตลอดเวลาราวกับได้รับคำสั่งโดยตรงจากงานศิลป์
หลายครั้งที่อนงค์ใช้ไม้เด็ด แต่งตัวเหมือนพายสมัยก่อน ทำหน้าทำตาเหมือนพายสมัยก่อน
และทำกิริยาเหมือนพายเมื่อสมัยก่อน คือวีนแตก ไม่พอใจปัดข้าวของทิ้ง
ช้าไม่ทันใจเจอด่า พายน้ำตาตกในเหมือนได้เห็นตัวเองในกระจก
แต่ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้เพราะอนงค์ดูท่าจะตามจองล้างจองผลาญผิดสังเกต
เฟียซ (ชมพูนุช ปิยะธรรมชัย)
แฟนสาวไฮโซของงานศิลป์ซึ่งคอยใช้อำนาจข่มเหงเธอสารพัด
รวมทั้งทำตัวเป็นเจ้าของทรัพย์สินทุกอย่างของงานศิลป์ ชี้นิ้วออกคำสั่งในทุกเรื่อง
เฟียซเคยมองพายว่าเป็นคู่แข่ง สมัยที่ทั้งสองคนยังเป็นเซเลบริตี้คนดังของสังคม
แต่เมื่อพายตกอับ เฟียซจึงกลั่นแกล้งพาเพื่อนไฮโซที่เคยรู้จักพาย นักข่าว
หรือไม่วายกระทั่งหนังสือไฮโซมาทำคอลัมน์ที่ตึกพายสแควร์
เพื่อตอกย้ำฝังดินไม่ให้พายได้ผุดได้เกิด
มะขาม (วรเชษฐ์ นิ่มสุวรรณ) และ กาแฟ
คนสนิทของคุณป้าดีดี้ที่คอยตามแกล้งไม่ให้พายทำงานอย่างสงบสุข
พายจึงต้องระวังตัวเอง การทำงานและการพิสูจน์ใจตัวเองยากขึ้นเป็นทวีคูณ
แต่จนแล้วจนรอด
พายไม่เคยพบหน้างานศิลป์จังๆ เลยสักครั้ง
ระหว่างเขาและเธอเหมือนเป็นแม่เหล็กคนละขั้ว อยู่คนละทิศละทางเสมอ...
วันใดที่เธอเข้าทำงานเช้า
งานศิลป์ก็จะเข้ามาทำงานในตอนกลางคืน ครั้นวันไหนที่เธอทำงานตอนกลางคืน
เขาก็จะเข้าทำงานในเวลากลางวัน ยังความแปลกใจให้กับพายอยู่ไม่น้อย...
เมื่อมาทำงานทำความสะอาดในตึกพายสแควร์
พายพบว่าความจริงแล้วกิจการของงานศิลป์ไม่ได้อยู่ในอำนาจการตัดสินใจของเขาคนเดียว
หลายๆ เรื่องมีการขัดแย้งกันรุนแรงกับ ไทธวัช (สิริคุปต์ เมทะนี) ผู้เป็นอา
ซึ่งสังคมไทยกำลังตั้งคำถามอยู่เสมอว่าใครกันแน่ที่เป็นคนกุมอำนาจที่แท้จริงในกิจการข้ามชาติของงานศิลป์
และไทธวัชดูเหมือนจะสนิทสนมกับเฟียซมากกว่างานศิลป์เสียอีก เพราะลับหลังงานศิลป์
ไทธวัชคือชู้รักของเฟียซผู้ซึ่งหวังจับปลาสองมือ ถ้าไม่ได้หลานก็ต้องได้อา
ยังไงก็รวยทั้งคู่ ส่วนไทธวัชเองก็คบเฟียซเพื่อสืบความลับของงานศิลป์ไปในตัวด้วย
งานศิลป์ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ความสัมพันธ์ลับนี้
แต่เขายังหาทางเปิดเผยไม่ได้
เพราะภารกิจ”ฟอกหัวใจขาวสะอาด”ของเขานั้นสำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น
เมื่อกลั่นแกล้งพายไปเรื่อยๆ
เหล่าพนักงานรักษาความสะอาดกลับต้องรู้สึกเห็นใจสาวไฮโซอย่างพาย
บางครั้งป๋าเดชแอบไปเห็นสาวพายนั่งร้องไห้คนเดียว
กระท้อนกับส้มฉุนแอบเห็นพายต้องเป็นลมล้มทั้งยืนกลางแดดบนดาดฟ้าหลายครั้ง
เมื่อโดนทั้งคู่แกล้งให้ทำความสะอาดพื้นตอนเที่ยงคนเดียวซ้ำๆ ซากๆ
นายสะอาดทนไม่ได้ต้องเรียกคนทั้งหมดมาอบรม
และตามพายมาเปิดใจขอโทษเพื่อนร่วมงานถึงเรื่องความผิดในอดีต
ตอนแรกพายไม่ยอมทำตามคำแนะนำของนายสะอาด แต่ต่อมาเธอจำใจต้องทำเพราะไม่มีทางเลือก
เมื่อเห็นแววตากดดัน และเศร้ากับชะตากรรมของพาย
ทำให้เหล่าผู้พิทักษ์ความสะอาดรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง
รู้ตัวว่าเล่นงานพายแบบเอาคืนมากจนเกินไป
หลังจากนั้นรอบตัวพายจึงมีมิตรภาพเกิดขึ้น
พายไม่ต้องกินข้าวปิ่นโตกลางวันคนเดียวอีกต่อไป เธอมีเพื่อนที่พร้อมจะแบ่งกับข้าว
แม้ว่ากับนั้นจะมีเพียงไข่ต้มก็ตาม
เธอมีโอกาสรู้จักชีวิตส่วนตัวของเพื่อนพนักงานทำความสะอาดหลายคน
ซึ่งต่อมากลายเป็นเหมือนมิตรแท้
พายเรียนรู้บุคลิกซ่อนเร้นของคีย์แมนผู้พิทักษ์ความสะอาดคนสำคัญอย่าง...
ป๋าเดช
เธอรู้ว่าเขาเป็นโฟร์แมนคุมงานรักษาความสะอาดที่ชอบทำตัวกร่างไปอย่างนั้นเอง
แต่ความจริงมีจิตใจดี ขี้โม้ปากจัดชอบด่าประชดแต่มีจุดอ่อนอยู่ที่บ้ายอ
พายสร้างมิตรกับป๋าเดชได้โดยไม่ยาก เมื่อวันหนึ่งป๋าเดชไม่มาทำงาน
ทุกคนเป็นห่วงจนต้องตามไปดูที่บ้าน พายอึ้งกับสภาพบ้าน
และชีวิตตัวคนเดียวของป๋าที่แม้ยามล้มป่วยก็ไม่มีใครดูแล
พายเช็ดตัวให้ป๋าเดชอย่างไม่รังเกียจ นายสะอาด ส้มฉุน
และกระท้อนที่มาด้วยกันถึงกับศรัทธาน้ำใจของพาย
และเมื่อรู้จักชีวิตป๋าเดชมากขึ้น...เธอกลับเห็นใจเพราะรู้ว่าป๋าเดชโดนลูกสาวคนเดียวตัดขาดไม่ใยดี
เพราะเกลียดพ่อที่ทำให้แม่ตาย
ส่วน กระท้อน และ ส้มฉุน
มีจุดเด่นที่มักจะเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างด้วยรอยยิ้ม… มีเงินก็ยิ้ม…
ไม่มีเงินก็ยิ้ม… โดนด่าก็ยิ้ม… หรือแม้แต่ป่วยไข้อาการปางตายยังยิ้ม !
แต่คนทั้งคู่มักมีปัญหายามสิ้นเดือน เพราะรายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง เดือนๆ
วุ่นวายสาละวนไปกับการเสี่ยงโชคซื้อสารพัดหวย
หวังจะรวยเพื่อเอารายได้ไปจุนเจือพ่อแม่ที่อยู่บ้านนอก
การทำงานที่ผ่านไปแต่ละวันทำให้พายเรียนรู้ชีวิตมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ในมิตรภาพ ความเข้มแข็ง การไม่ทำตัวเอาแต่ใจ
และการเอาชนะความใจร้อนของตัวเอง
สงกรานต์พ่อของพายเองเมื่อชีวิตตกต่ำทำให้เขารู้จักชีวิตมากยิ่งขึ้น
เขาผันตัวเองมาเปิดแผงก๋วยเตี๋ยวต้มยำข้างตึกพายสแควร์อย่างไม่เคอะเขิน
ยินดีที่จะใช้ชีวิตพอเพียง
ทำงานหาเงินแบบคนติดดินโดยไม่รู้สึกว่าตัวเองไร้เกียรติเลยแม้แต่น้อย
แผงก๋วยเตี๋ยวของสงกรานต์เป็นที่ชุมนุมของเหล่าบรรดาพนักงานรักษาความสะอาดของอาคารสำนักงานต่างๆ
โดยรอบพายสแควร์ เป็นเหมือนสภาคนจนย่อมๆ
ที่มีผู้ใหญ่รู้จักคิดอย่างสงกรานต์ให้คำปรึกษาที่ดีในทุกเรื่อง
มีนายสะอาดวางแผนชีวิตที่ดีให้กับทุกคน
พายเองเมื่อเสร็จจากงานรักษาความสะอาดภายในตึก เธอก็มาช่วยพ่อขายก๋วยเตี๋ยว
เสิร์ฟน้ำ ล้างชาม และแน่นอนจะต้องมีนายสะอาดอยู่เคียงข้างเสมอไม่ห่าง
พายกับนายสะอาดมีโอกาสช่วยปัญหาชีวิตพนักงานทำความสะอาดอย่างป๋าเดช
ให้เลิกหมกมุ่นกับการกินเหล้าเพื่อลืมปมความทุกข์ในชีวิต
สร้างโอกาสทำให้ป๋าเดชมีโอกาสปรับความเข้าใจกับ ปิ่น
ลูกสาวคนเดียวที่หนีออกไปจากบ้านเพราะคิดว่าแม่ตายเพราะพ่อ
แต่ความจริงแล้วป๋าเดชแสดงความรักกับคนใกล้ตัวไม่เป็นต่างหาก
เหตุการณ์นี้สร้างความประทับให้กับป๋าเดชเป็นอย่างมาก
ประกาศว่าพายกับสะอาดเป็นมิตรแท้ของป๋าจริงๆ
กระท้อนกับส้มฉุนได้รับความช่วยเหลือจากพาย
และสะอาด แก้ปัญหารายได้ชักหน้าไม่ถึงหลังไม่รู้จักจบจักสิ้น ทั้งพาย
และสะอาดสอนให้กระท้อนกับส้มฉุนรู้จักเก็บเงิน ส้มฉุน
และกระท้อนรับลูกชิ้นจากร้านสงกรานต์ไปปิ้งขาย
ใส่ถาดเดินเดลิเวอรี่ในย่านตึกพายสแควร์หลังเลิกงาน
กลายเป็นรายได้เสริมจนมีรายได้เพิ่มเป็นกอบเป็นกำมีเงินเก็บมากขึ้นเรื่อยๆ
ช่วงนี้เองที่ระหว่างนายสะอาดและพายได้เรียนรู้ใจซึ่งกัน
และกัน โดยทั้งคู่ยังไม่ยอมรับใจตัวเองเลยแม้แต่น้อย...
พายเอาเรื่องนายสะอาดมาปรึกษาทองหยอดที่ย้ายออฟฟิซมาอยู่ในกรุงเทพฯ
อยู่บ่อยๆ ทองหยอดบอกให้พายยอมรับใจตัวเองว่ารู้สึกลึกซึ้งกับนายสะอาดเพียงใด
แต่พายบ่ายเบี่ยงยังทำใจไม่ได้ที่จะรักคนต้อยต่ำอย่างนายสะอาด
และอีกประการหนึ่งก็คือ...พายรู้สึกว่านายสะอาดมีอะไรบางอย่างที่ดูลึกลับ
ต้องค้นหาอยู่ตลอดเวลา
นอกจากพายจะมีทองหยอดเป็นที่ปรึกษาซึ่งเป็นเพศเดียวกันแล้ว
เธอยังมีเพื่อนใหม่ในโลกอินเตอร์เนต ไซเบอร์สเปซ “มิสเตอร์แปะแป๊ะ”
หนุ่มใหญ่ชื่อประหลาดที่ไม่ยอมเปิดเผยตัว คอยให้คำแนะนำกับเธอในทุกๆ เรื่อง
ตอนแรกพายคิดว่ามิสเตอร์แปะแป๊ะเป็นอาแป๊ะแก่ๆ
แต่พอคุยกันนานเข้าจึงได้รู้ว่าแปะแป๊ะเป็นภาษาจีนที่แปลว่า “ข๊าวขาว”
หรืออีกนัยหนึ่งคือ “ขาวสะอาด” นั่นเอง
พายปรึกษามิสเตอร์แปะแป๊ะจนสนิทสนมกันมากแม้จะไม่เคยเห็นหน้า
เธอกล้าปรึกษาทั้งเรื่องการงาน และเรื่องของหัวใจ
นับวันเธอยิ่งรู้สึกผูกพันกับมิสเตอร์แปะแป๊ะเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง...
นายสะอาดมีโอกาสช่วยไฮโซหนุ่มลลิตจากการคิดฆ่าตัวตายโดยบังเอิญ
ลลิตต้องหมดสภาพเพลย์บอยเพราะกิจการครอบครัวล้มละลาย โดนเพื่อนรอบข้าง
และสาวที่เคยติดพันเฉดหัวทิ้ง
จากข้อคิดของนายสะอาดเกี่ยวกับความรักทำให้ลลิตได้คิด
ถึงกับยกให้นายสะอาดเป็นเพื่อนแท้คนหนึ่ง
วันหนึ่งลลิตมาเยี่ยมนายสะอาดที่บริษัทรักษาความสะอาดทองหยอด
ลลิตพบกับพายอีกครั้ง ภาพความสัมพันธ์อันหวานชื่นระหว่างเขา และเธอ
กลับเข้ามาในความทรงจำลลิต เขาตระหนักว่าไม่เคยลืมความรักที่มีให้พายเลย
ตั้งแต่นั้นลลิตพยายามตามง้อพายอยู่ตลอดเวลา หวังจะฟื้นความสัมพันธ์เก่าระหว่างเขา
และเธอกลับมา
จิตใจพายแกว่งไปไม่น้อยเมื่อคิดถึงอดีตระหว่างเธอกับลลิต
ร้อนถึงทองหยอดต้องมาออกโรงตีกันลลิตอยู่บ่อยๆ
ยังความโกลาหลให้กับทุกสถานที่หน่วยรักษาความสะอาดไปปฏิบัติงานทุกครั้ง
เพราะเพลย์บอยต้องปะทะกับเฟมินิสต์สาวอย่างดุเดือดเลือดพล่าน
แต่ใครจะรู้ว่าในความดุเดือดเลือดพล่าน...สร้างปมประทับใจภายในหัวใจให้กับเพลย์บอยหนุ่มกับเฟมินิสต์สาวโดยไม่ได้ตั้งใจ
ลลิตขอร้องให้นายสะอาดช่วยเชียร์เขากับพาย
โดยไม่รู้เลยว่าความจริงแล้วนายสะอาดมีใจให้กับผู้หญิงคนนี้เหมือนกัน
นายสะอาดพยายามทำตัวเป็นเพื่อนที่ดี คิดวางแผนทำให้พายใจอ่อนกับลลิตหลายครั้ง
แต่ดูเหมือนทุกครั้งโชคชะตาจะดลบันดาลให้เขากับพายสัมพันธ์กันแนบแน่นมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะครั้งหลังสุดที่นายสะอาดวางแผนให้ลลิตกับพายไปติดในถ้ำใหญ่แห่งหนึ่งกลางป่าปากช่อง
แต่กาลกลับกลายเป็นสะอาดเองที่ต้องไปติดกับพายท่ามกลางบรรยากาศอันแสนโรแมนติกนั้นแทน
คืนวันนั้นนายสะอาดกับพายจึงรู้ซึ้งถึงหัวใจตัวเอง...สารภาพความในใจที่มีให้กัน
นายสะอาดเอ่ยปากกับพายว่ามีความลับอย่างหนึ่งจะบอก
แต่ก่อนจะเอ่ยปากเสียงกรี๊ดก็แผดขึ้นดังลั่นป่า...
เฟียซแฟนสาวไฮโซของงานศิลป์นั่นเอง
เฟียซปราดมากระชากพายออกจากอ้อมกอดของนายสะอาด
พร้อมทั้งประกาศว่า นายสะอาด กับ งานศิลป์ คือคนๆ เดียวกัน
เธอยอมไม่ได้ที่พายจะมาแย่งคนรักของเธอ
พายหน้าชา
โลกทั้งโลกหมุนติ้วเหมือนหัวใจกำลังจะหลุดออกจากร่าง
ผู้ชายคนที่เธอเพิ่งรู้ว่ารักเขากลับกลายเป็นผู้ชายคนที่หลอกลวง
เข้ามาทำงานรักษาความสะอาดก็เพื่อจับผิดเธอ
“นายสะอาด” ก็คือ “งานศิลป์”
ผู้สร้างปัญหาให้เธอกับพ่อมาโดยตลอด หนำซ้ำพายยังรู้อีกว่า “มิสเตอร์แปะแป๊ะ”
ที่ปรึกษาของเธอในอินเตอร์เนต ไม่ใช่ใครที่ไหน...ก็คือ “นายสะอาด”
นั่นเอง
พายร้องไห้จนแทบจะไม่เหลือน้ำตา
แม้ลลิตจะเข้ามาปลอบโยน และอาสาเป็นคนรักษาแผลหัวใจนี้ให้เธอ
แต่เธอจำต้องปฏิเสธอย่างไม่เหลือเยื่อใย เพราะหัวใจของเธอไม่เหลือให้ใครอีกแล้ว
นอกจากผู้ชายอารมณ์ดีที่ชื่อ นายสะอาด เพียงคนเดียว
งานศิลป์ หรือ นายสะอาด
ทำงานทุกอย่างตามคำสั่งในพินัยกรรมของพ่อ โดยไม่ได้คิด
และเฉลียวใจเลยว่าทุกอย่างที่เขากำลังทำอยู่ถูกชักใยโดย ไทธวัช อาต่างมารดาของพ่อ
ผู้ที่คอยหวังจะฮุบสมบัติทั้งหมดมาอยู่ในมือ
ในที่สุดงานศิลป์กับพายต่างรู้ว่าขาดกันไม่ได้
เขา และเธอมีทั้งความต่าง และความเหมือน เป็นส่วนผสมที่ลงตัว
งานศิลป์ตัดสินใจจะคืนทุกอย่างให้พายโดยไม่ฟังคำคัดค้านของเฟียซ และไทธวัชเลย
เขานัดพายมาเคลียร์ปัญหาต่างๆ ที่ถ้ำเดิมซึ่งเขา และเธอเรียนรู้ใจซึ่งกัน
และกัน
แต่แล้วโดยที่ไม่คาดคิด
งานศิลป์ถูกไทธวัชกับเฟียซร่วมมือกันลอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสที่ถ้ำนั้น
โชคดีที่พายตามมาช่วยชีวิตงานศิลป์ไว้ได้อย่างหวุดหวิด หลังจากพายช่วยชีวิตงานศิลป์
และคอยเฝ้าดูแล ความรู้สึกดีที่ทั้งคู่มีให้กันกลับมาสู่หัวใจอีกครั้ง งานศิลป์
และพายเริ่มลดทิฐิที่มีต่อกัน ยอมรับความรู้สึกที่มีต่อกัน และกันว่าคือ....ความรัก
ท้ายที่สุดงานศิลป์ร่วมมือกับพายเอาผิดไทธวัช
และเฟียซได้ในที่สุด กำแพงระหว่างความคิดและทิฐิพังทลายลง
กิจการของสงกรานต์ที่งานศิลป์ยึดมาเป็นของตัวได้รับการต้อนรับผู้บริหารคนใหม่
ซึ่งก็คือคนเดิมที่สร้างกิจการนี้มา...
สงกรานต์กลับมาพร้อมกับผู้ช่วยลูกสาวสวย
พาย...วันนี้เปลี่ยนเป็นคนใหม่
รู้จักชีวิต
ให้เกียรติกับคนรอบข้างแม้ว่าจะมีฐานะต่ำชั้นกว่าเธอพร้อมใจจะเคียงข้างกับผู้บริหารหนุ่มไฟแรง...ผู้ทำให้เธอรู้จักชีวิต
รู้จักใช้ชีวิตในมุมมองที่สวยงาม
“นายสะอาด” ... “มิสเตอร์แปะแป๊ะ” ...
หรือ “งานศิลป์” ผู้ชายสารพัดชื่อแต่มีใจเดียวที่มอบให้เธอจนหมดแล้ว
ชีวิตไฮโซสาวแสนสวยกับนักธุรกิจหนุ่มอารมณ์ดี
มีบทสรุปสวยงาม
ความรักที่สดใส...มีค่ามากกว่าสิ่งใด
|