เฉียนหลงรัชสมัยที่สามสิบ ปีนี้เป็นปีที่มีเรื่องราวแปลกประหลาดมากมายเข้ามา ในชีวิตของเฉียนหลง เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากวันที่สิบหกเดือนหนึ่งในปีนี้เอง .... เฉียนหลงทรงเสด็จประพาสแดนใต้โดยมีพระญาติและ ข้าราชบริพารมากมายตามเสด็จ ในจำนวนพระญาติและข้าราชบริพารที่ตามเสด็จก็มี ไทเฮา ฮองเฮา สนมลิ่ง องค์ชายห้า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ฝูหลุน เอ่อคัง จื่อเวย ฉิงเอ๋อ แม่นมหยง เซียวเจี้ยน ฯลฯ .... เมื่อสามปีก่อน จื่อเวย ให้กำเนิดองค์ชายมีพระนามว่า ตงเอ๋อ ส่วน เสี่ยวเยี่ยนจื่อ นั้นจนกระทั่งทุกวันนี้ยังไม่มีทายาทเลย นางเคยตั้งครรภ์มาครั้งหนึ่ง แต่แล้วก็แท้งก์ลูก เดิมที เฉียนหลงไม่มีพระประสงค์จะให้ฮองเฮาตามเสด็จประพาสในครั้งนี้ แต่หลายปีที่ผ่านมานี้ ฮองเฮาทรงประพฤติดี ด้วยเหตุนี้เฉียนหลงจึงทรงอนุญาตให้ฮองเฮาตามเสด็จในครั้งนี้ด้วย ขบวนเสด็จซึงมีพระญาติและข้าราชบริพารออกเดินทางลงใต้ ระหว่างทางเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นมากมาย เสี่ยวเยี่ยนจื่อใช้อุปนิสัยเดิมซึ่งกล้าบ้าบิ่น แต่ขาดความรอบคอบ ทำให้จับกุมตัว ฟางซื่อโจว ขุนนางที่ทุจริตฉ้อราษฏร์บังหลวงได้ เป็นเรื่องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วการเดินทาง จนกระทั่งขบวนเสด็จเดินทางมาถึงซันตง ชาวเมืองอดอยากหิวโหย เสี่ยวเยี่ยนจื่อนำเสบียงอาหารมอบให้ชาวเมืองที่ประสบภัย การประพาสครั้งนี้ เดิมทีเป็นการประพาสเพื่อท่องเที่ยวหาความสำราญ นึกไม่ถึงว่ากลับกลายเป็นการประพาสเพื่อบรรเทาทุกข์ภัยให้พสกนิกร กระทั่งขบวนเสด็จเดินทางเข้าเมืองเจียงซู ทัศนียภาพเมืองเจียงซูสวยสดงดงามจับจิตจับใจ พสกนิกรมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ ทำให้ทุกคนในขบวนสด็จเบาใจ ขบวนเสด็จเข้าพักที่บ้านสกุลเฉิน จือฮั่ว คุณหนูบ้านสกุลเฉินเป็นหญิงสาวที่เฉลียวฉลาด รูปร่างหน้าตาผิวพรรณสะอาดหมดจด จนเป็นที่โปรดปรานของไทเฮา ไทเฮามีพระประสงค์ให้ จือฮั่วอภิเษกกับหย่งฉี เรื่องนี้ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อเกิดความหึงหวงขึ้นมา นึกไม่ถึงว่าความพัวพันของคนทั้งสามคน ได้แก่จือฮั่ว หย่งฉีและเสี่ยวเยี่ยนจื่อนั้นกลายเป็นว่าตัดไม่ขาด ยิ่งจัดการยิ่งยุ่ง
ระหว่างทาง มีเพียง ฉิงเอ๋อและเซียวเจี้ยน ที่ต้องลำบากกว่าคนอื่น ที่แท้ ฉิงเอ๋อและเซียวเจี้ยนรู้จักกันเมื่อครั้งงานอภิเษกขององค์หญิงทั้งสองพระองค์ ความรักก็ก่อตัวขึ้นมานั้น คนหนึ่งเป็นองค์หญิงในวัง ส่วนอีกคนเป็นจอมยุทธ ช่องว่างของทั้งสองคนช่างมากมายเสียเหลือเกิน ในครั้งนี้ ทั้งสองเดินทางมาด้วยกัน ความรักที่ซุกซ่อนอยู่ ถึงเวลาแล้วที่จะปะทุออกมา เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้ดีว่าฉิงเอ๋อและเซียวเจี้ยนรักกัน ด้วยเหตุนี้นางจึงเปิดโอกาสให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ตกเย็น ขบวนเสด็จเดินทางมาถึงหังโจว ขุนนางท้องที่ตระเตรียมเรือพระที่นั่งไว้เพื่อล่องไปตามลำน้ำ ในเวลาเดียวกัน จื่อเวย, เอ่อคัง, เสี่ยวเยี่ยนจื่อ และ หย่งฉีได้แอบเตรียมเรือเล็กลำหนึ่งเอาไว้เพื่อ ให้ฉิงเอ๋อและเซียวเจี้ยนได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพัง นึกไม่ถึงว่าทหารองครักษ์กลับเข้าใจผิดคิดว่าฉิงเอ๋อและเซียวเจี้ยนเป็นนักฆ่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้าไกล่เกลี่ยสถานการณ์ หลังจากความเข้าใจผิดหมดไปแล้ว เรื่องที่ฉิงเอ๋อและเซียวเจี้ยนลักลอบพบกันได้แดงขึ้นมา เรื่องที่ฉิงเอ๋อและเซียวเจี้ยนลักลอบพบกันนั้นได้ล่วงรู้ถึงไทเฮา ฉิงเอ๋อคุกเข่าวิงวอนไทเฮาถึงคำมั่นสัญญาที่พระนางให้สิทธิ์นางเลือกคู่ครองได้เอง แม้ว่าไทเฮาทรงเคยให้คำมั่นสัญญาไว้ก็ตาม แต่นึกไม่ถึงว่าชายที่ฉิงเอ๋อรักนั้นกลับเป็นชาวยุทธที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ทำให้ไทเฮาทรงอดไม่ได้ที่จะตำหนิฉิงเอ๋อ ไทเฮาทรงผิดหวังในตัวฉิงเอ๋อเป็นอันมาก ต่อมา ไทเฮามีรับสั่งจือฮั่วเข้าวังถวายการรับใช้พระนาง ในเวลาเดียวกันที่เรือพระที่นั่ง เฉียนหลงทรงสดับเสียงเพลงจากหญิงสาวนางหนึ่งแว่วมา พระองค์มีรับสั่งให้หญิงสาวเข้าเฝ้า หลังจากที่หญิงสาวเข้ามาเข้าเฝ้าแล้ว เฉียนหลงทรงพินิจพิเคราะห์นางอย่างละเอียด พระองค์ทรงรู้สึกคุ้นหน้ามากเหมือนเคยรู้จักมาก่อน เฉียนหลงทรงซักถามชื่อของนางจนได้ความว่านางมีชื่อว่า เซี่ยอิ๋งอิ๋ง เฉียนหลงทรงรับสั่งให้เซี่ยอิ๋งอิ๋งขับกล่อมบทเพลงอีกครั้ง เสียงเพลงเสนาะหู โคมไฟที่สวยงาม ทำให้เฉียนหลงทรงหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมา
เฉียนหลงทรงมีรับสั่งให้ทหารส่งเสด็จฮองเฮากลับเมืองหลวง โดยไม่ทรงฟังคำทัดทานใดๆ พระองค์ทรงยืนกรานว่าจะ สถาปนาเซี่ยอิ๋งอิ๋งขึ้นเป็นพระสนม ให้ได้ นึกไม่ถึงว่าเซี่ยอิ๋งอิ๋งกลับปฏิเสธน้ำพระทัยของเฉียนหลง ทำให้เฉียนหลงทรงผิดหวังยิ่งนัก พระองค์หวังว่าสักวันหนึ่งเซี่ยอิ๋งอิ๋งจะยอมรับน้ำพระทัยจากพระองค์ เมื่อไม่มีเซี่ยอิ๋งอิ๋ง ทำให้เฉียนหลงทรงพระอารมณ์ขุ่นมัว เฉียนหลงทรงยุติการเสด็จประพาสแดนใต้ ยกขบวนกลับเมืองหลวง ในเวลาเดียวกันก็มีข่าวว่าฉิงเอ๋อและเซียวเจี้ยนหนีไปด้วยกัน เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ราวกับนำน้ำมันราดลงบนกองไฟ ทำให้เฉียนหลงยิ่งทวีความกริ้ว เฉียนหลงมีรับสั่งคุมขัง เอ่อคัง จื่อเวยและพวกขอรับโทษด้วย ระหว่างทาง หย่งฉีมีความเห็นขัดแย้งกับเฉียนหลงจนเกือบต้องขาดความสัมพันธ์กัน เซียวเจี้ยนและฉิงเอ๋อควบม้าเร็วกลับมาเพื่อรับโทษ เฉียนหลงจึงทรงมีรับสั่งปล่อยตัวเอ่อคังเป็นอิสระ หลังจากที่ขบวนเสด็จกลับถึงเมืองหลวง ไทเฮาทรงเอาผิดฉิงเอ๋อ หลังจากที่สืบความจริงแล้วพบว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นทายาทของสกุลเฉิน ที่ถูกเฉียนหลง ทรงลงโทษยึดทรัพย์และประหารชีวิตไป เนื่องจากกลอนบทหนึ่งที่พ่อของเสี่ยวเยี่ยนจื่อเขียนขึ้นมา ทำให้พ่อของเสี่ยวเยี่ยนจื่อถูกประหาร เดิมทีนั้นเสี่ยวเยี่ยนจื่อเคียดแค้นเฉียนหลงเป็นอันมาก ไทเฮาทรงหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่จื่อเวยและเสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้าวังหลวง ความรักระหว่างเซียวเจี้ยนและฉิงเอ๋อ พระนางนำเรื่องราวต่างๆร้อยเรียงเข้าด้วยกันแล้ว ทำให้พระนางอดไม่ได้ที่จะระแวงเสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกที่พากันเข้าวังหลวง ทั้งหมดไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจ ไทเฮาทรงมีดำริให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกมาเข้าเฝ้าพระนางที่ตำหนักฉือหนิง เพื่อที่พระนางจะได้ตัดรากถอนโคนเสียทีเดียว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เองทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อล่วงรู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของนาง
เอ่อคัง ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสถูก มู่ซา ช่วยชีวิตเอาไว้ จากการดูแลอย่างดีของมู่ซา ทำให้เอ่อคังดีขึ้นเป็นลำดับ เอ่อคังมักจะฝันถึงจื่อเวย โดยคิดว่าจื่อเวยมาดูแลปรนนิบัติตน หลังจากที่เอ่อคังฟื้นได้สติแล้ว พระราชาพม่าต้องการให้เอ่อคังอภิเษกกับองค์หญิง เอ่อคังตกใจมากเมื่อรู้เช่นนั้น เอ่อคังปฏิเสธที่จะอภิเษกกับองค์หญิงพม่า ทำให้ เมิ่งไป๋ โกรธมาก จึงนำตัวเอ่อคังไปคุมขัง เซียวเจี้ยน เดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อยืนยันลางสังหรณ์ของจื่อเวยที่บอกว่า เอ่อคังยังไม่ตายนั้นเป็นความจริง เอ่อคังยังไม่ตาย เพียงแต่ถูกจับตัวเป็นเชลยเท่านั้น จื่อเวยตัดสินใจเดินทางไปยูนาน เดินทางไกลพันลี้เพื่อตามหาสามีของนาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อและหย่งฉีตัดสินใจเดินทางไปกับจื่อเวย ฉิงเอ๋อและเซียวเจี้ยนได้พบกันอีกครั้ง ทั้งสองตระหนักดีว่าไม่สามารถพรากจากกันได้ ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงตัดสินใจหนีไปด้วยกันอีกครั้ง นึกไม่ถึงว่าความลับไม่มีในโลก จือฮั่ว กราบทูลเฉียนหลงต่อหน้าทุกคนถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ สถานการณ์กำลังย่ำแย่ ทันใดนั้นเอง เซียวเจี้ยนก็บุกเข้ามาจับตัวเฉียนหลงไว้เป็นตัวประกัน ขณะที่ชุลมุนกันอยู่นั้นเอง เสี่ยวเยี่ยนจื่อใช้กระบี่แทงไปที่หย่งฉี ทุกคนถึงลามือต่อกัน เฉียนหลงทรงคิดใคร่ครวญเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต พระองค์ทรงรับสั่งให้รื้อคดีสกุลเฉินขึ้นมาสอบสวนใหม่ เฉียนหลงรับสั่งให้หย่งฉีและเสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้าเฝ้า จากนั้นพระองค์ก็ทรงเล่าเรื่องราวในอดีตให้คนทั้งสองฟัง ที่แท้ฟางซื่อโจวเป็นศัตรูบ้านสกุลเฉิน เฉียนหลงทรงรับสั่งกับหย่งฉีและเสี่ยวเยี่ยนจื่อว่าพระองค์ทรงอนุญาตให้หย่งฉีพา เสี่ยวเยี่ยนจื่อไปจากวังหลวง เพื่อใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญ ความบาดหมางที่มีต่อกันก็ขอให้สิ้นสุดลง เสี่ยวเยี่ยนจื่อตื้นตันใจมากที่หย่งฉียอมสละฐานะที่สูงศักดิ์เพื่อนาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อและหย่งฉีพากันไปจากวังหลวง ทั้งสองติดตามจื่อเวยออกตามหาเอ่อคัง ในเวลาเดียวกัน เฉียนหลงก็ทรงอนุญาตให้เซียวเจี้ยนและฉิงเอ๋อได้ครองรักกัน ตามความปรารถนาของทั้งสองคน
เดินทางนานเป็นเดือน ในที่สุดทุกคนก็เดินทางมาถึงยูนาน ทุกคนสืบหาเบาะแสของเอ่อคัง ในที่สุดก็มีข่าวเอ่อคัง จื่อเวยและเอ่อคังได้พบหน้ากันอีกครั้ง แม้ว่าทั้งสองจะได้พบกัน แต่ราวกับว่าทั้งสองอยู่กันคนละภพ จื่อเวยขอบคุณสวรรค์ที่ไม่พรากเอ่อคังไปจากนาง แต่เพื่อรักษาชีวิตเอ่อคังเอาไว้ มู่ซาได้ใช้ยาเกินขนาด ทำให้เอ่อคังติดยา พลังยุทธของเอ่อคังสูญสิ้น เอ่อคังละอายใจ ไม่กล้าสู้หน้าจื่อเวย ด้วยเหตุนี้จึงคิดสั้นฆ่าตัวตาย แต่แล้วจากกำลังใจของจื่อเวยและทุกคน ทำให้เอ่อคังตัดสินใจยืนหยัดต่อสู้อีกครั้ง หย่งฉี,เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,เอ่อคัง,จื่อเวย,เซียวเจี้ยนและฉิงเอ๋อ ทั้งหกคนพร้อมหน้ากันที่ยูนาน เซียวเจี้ยนและฉิงเอ๋อแต่งงานกันที่ยูนาน หลังจากที่มรสุมผ่านพ้นไปแล้ว ทุกคนเชื่อว่าความรักเท่านั้นที่ยืนยงคู่ฟ้า
|